เพลงออนไลน์,สถานีวิทยุ อ.งาว,94mhz,สถานีวิทยุออนไลน์ อำเภองาว,สถานีวิทยุท้องถิ่น อ.งาว,สถานีวิทยุชุมชนอำเภองาว
| หน้าแรก » เว็บบอร์ด |
| วันที่ 18/08/2554 01:34:26 :: จำนวนดู 190 จำนวนตอบ 4 :: โพสโดย
ศาลเจ้า ไต่เสี่ยฮุดโจ้ว เจ้าแม่ทับทิม |
เหตุและผล ที่ตั้งใจให้เกิดประเพณี "ถือศีล กินผัก อำเภองาว"
ความในใจ........ที่ไม่เคยเอ่ยให้ใครฟัง แต่มา....วันนี้อยากให้
คน.....อำเภองาวทุกท่าน......ได้รู้
ผู้เขียน...ประธานคณะจัดงานเทศกาลฯและผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การจัดงาน เทศกาล “ถือศีล กินผัก อำเภองาว” ประจำปี 2554 ในครั้งนี้
นับเป็นครั้งที่ 4 โดยเริ่มตั้งแต่ที่คณะผู้ริเริ่มฯ ได้จัดงานนี้ขึ้น
ด้วยเพราะเห็นว่าเทศกาล “ถือศีล กินผัก” จะมีประโยชน์ ต่อส่วนรวมเป็นอย่างมากในอนาคตข้างหน้า และมุ่งหวังต้องการให้งาน
ที่จัดขึ้นนี้เป็น “เทศกาลท่องเที่ยวของอำเภองาว”เพราะหากเป็นไปอย่างที่คณะผู้จัดฯได้ตั้งความหวังไว้ ก็จะมีนักแสวงบุญและนักท่องเที่ยว
จากทุกสารทิศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในช่วงงานเทศกาลฯนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยก็เพราะในประเทศไทยจังหวัดที่จัดเทศกาล “กินเจ”
หรือ “เทศกาลกินผัก”อย่างใหญ่โตสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญทั้งในและจากต่างประเทศให้ไปร่วมงานดังกล่าว ซึ่งจะมีก็แต่
เฉพาะที่ ภาคใต้ โดยนักท่องเที่ยวที่จะไปในช่วงเวลาดังกล่าวต้องจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามเดือน ไม่เท่านั้นการ
จัดงานเทศกาลนี้เพียงแค่ 9 วันอย่างที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2553 ระยะเวลาทั้ง 9 วัน มีเม็ดเงินไหลเข้า กว่า 4,200 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินได้
กระจายลงไปทุกพื้นที่และครัวเรือน โดยกระจายทั้งภาคที่พัก ร้านอาหาร สินค้าและของที่ระลึกหรือแม้แต่สุขาหรือห้องอาบน้ำ ก็ยังสามารถ
จะทำเงินให้แก่เจ้าของได้ฯลฯ จากที่มา.....http://www.positioningmag.com /prnews/prnews.aspx?id=89683)
จากเหตุผลดังกล่าว และคณะผู้จัดงานฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้ทราบว่า ในเขตภาคเหนือ ยังไม่มีอำเภอหรือจังหวัด
ไหน ได้จัดงานในลักษณะเหมือนกับภาคใต้ จะมีบางบางจังหวัดแต่ก็เป็นการจัดขึ้นในกลุ่มเล็กๆเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้จัดเหมือนกับเทศกาล “กิน
เจ” ที่ภาคใต้ซึ่งหากผู้ที่ต้องการไปท่องเที่ยวหรือผู้แสวงบุญทางภาคเหนือมีความต้องการจะไป ท่องเที่ยวหรือร่วมทำบุญก็ นับเป็นเรื่องยาก
ด้วยเพราะระยะทางที่ค่อนข้างไกล ทำให้เกิดความลำบากในการเดินทาง จากเหตุผลดังกล่าวก็เพียงพอที่อำเภองาวเราจะชิงความได้เปรียบ
ในความพร้อมด้านคณะบุคลากรฯที่สามารถดำเนินการ ตามรูปแบบพิธีกรรมและประเพณี“การถือศีล กินผัก”ได้และหากอำเภองาวเรา
สามารถจัดให้มีเทศกาลกินเจขึ้นได้ก่อนในเขตภาคเหนือ ซึ่งก็ยังไม่มีอำเภอหรือจังหวัดใดจัดขึ้นมา อย่างเต็มรูปแบบด้วย เพราะต้องอาศัย
ปัจจัย หลายด้านซึ่งคณะผู้จัดงานฯจะต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจตลอดถึงงบประมาณส่วนตัว เพื่อเป็นแกนหลักในการจัดงานนี้ขึ้นให้สำเร็จ
ในแต่ละปีๆซึ่งจะต้องอาศัยความอดทนและการเสียสละอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นเลยก็ตาม ดังนั้นทางคณะผู้จัดงานฯจึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ พี่น้อง ลูกหลานและทุกท่าน ที่อาศัยอยู่ในอำเภองาวนี้ ได้ร่วมแรง
ร่วมใจในการที่จะทำให้เทศกาล “ถือศีล กินผัก อำเภองาว” นี้ได้เติบใหญ่ขึ้นอย่างเข็มแข็ง ด้วยก็เพราะต้องการเห็นอนาคต ของลูกหลาน
ของทุกท่านที่จะได้อาศัยผืนแผ่นดินนี้ต่อไป โดยไม่มีการแบ่งชนชั้นหรือพรรคพวกเหมือนดั่งเช่นทุกวันนี้
หากว่าท่านว่างจากภารกิจหรือจะเสียสละเวลาอันมีค่าในการทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง มาร่วมงานเทศกาลฯ ที่คณะผู้จัดฯได้จัดขึ้น ไม่ว่าจะ
เป็นวันเปิดงาน(วันขึ้นเสาเทวดาหรือเสาเต็งโก) หรือแม้กระทั่งเวลาที่จะอัญเชิญพระผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า(กิ๋วอ๋องฮุดโจ้ว) เสด็จมาประทับยัง
มณฑลพิธี(เวลาประมาณ 23.00 น.ของคืนก่อนวันงานเทศกาลฯ) หรือจะช่วยประชาสัมพันธ์ ข่าวสารการจัดงาน โดยอาศัยการบอกเล่าต่อๆ
กันไป ถึงการจัดงานเทศกาล “ถือศีล กินผัก อำเภองาว”ในแต่ละปีว่าที่อำเภองาวของพี่น้องนั้นก็มีการจัด งานเทศกาล “กินเจ” เหมือนกับ
ทางภาคใต้ ที่จังหวัดตรังหรือภูเก็ต โดยหากใครสนใจก็ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปไกลถึงปักษ์ใต้ นั่นก็นับว่าเป็นการช่วยให้ คณะผู้จัดงานฯ
มีกำลังใจ และแรงกาย ที่จะจัดงานนี้ขึ้นอีกในปีต่อๆไป แต่หากว่าพี่น้องชาว อำเภองาว เรายังคงเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อันใด เสียเวลาทำ
มาหากิน และไม่ช่วยกัน ในการสรรสร้างในทางใดทางหนึ่งแล้ว งานเทศกาลนี้ก็คงจะต้องหยุดอยู่เพียงแค่ปี 2554 นี้เป็นปีสุดท้าย และ
อำเภองาวนี้ ก็จะไม่มีทรัพยากรอันใด ที่จะสามารถนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะการแข่งขันในด้านทรัพยากรที่มีเหมือนๆกัน แต่
ของอำเภอเขาได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานที่ดูแลมากกว่า แล้วเราจะเอาอะไรไปแข่งขันกับอำเภอหรือจังหวัดอื่นๆได้ และอำเภอเราก็จะมี
นักท่องเที่ยวผ่านมาและผ่านไปโดยไม่แวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆแล้วเราจะสร้างผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งหลายขึ้นมาก็จะเป็นการ
เสียเวลาเสียโอกาส ยิ่งกว่าด้วยเพราะลงทุนทำแต่ขายไม่ได้ สุดท้ายทุนก็หายกำไรก็ปลิว ซึ่งต่างจากการสนับสนุน งานเทศกาล “ถือศีล กิน
ผัก อำเภองาว” ในแต่ละปีท่านไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยทรัพย์สินของท่านเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ท่านเสียสละเวลามาร่วมงานให้เป็น
เทศกาลฯที่ยิ่งใหญ่มีประชาชนพร้อมใจกันออกมาร่วมแล้ว ทางสำนักข่าวต่างๆก็จะเป็นผู้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับอำเภองาว
เราโดยที่เราไม่ต้องลงทุนซื้อโฆษณาเลย และเมื่อถึงเวลานั้น อย่าว่าแต่สินค้าต่างๆที่ท่านเคยทำแล้วขายไม่ได้ก็จะมีคนซื้อ ข้าวของพืชผล
ทางการเกษตรก็จะมีราคา แม้แต่ส้วมหรือห้องน้ำก็ยังจะทำเงินให้ท่านได้ ขอรับรองเพราะ ช่วงเทศกาล 9 วัน ทั้งภูเก็ตและตรังหรือแม้แต่
อำเภอเล็กๆรอบนอกตัวจังหวัด ก็ยังมีเงินสะพัดกว่าล้านบาท แล้วเงินอย่างนี้เงินที่เป็นเงินได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เงินที่เป็นเงินถาวรอย่าง
นี้ท่านไม่ต้องการหรือ เงินที่ท่านสมควรจะได้ด้วยตัวท่านเอง ไม่ต้องหวังพึ่งนักการเมืองหรือหัวคะแนน ให้เกิดความแตกแยกในสังคมอำเภอ
เราที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เงินอย่างนี้ท่านไม่ต้องการหรือ เงินที่แม้แต่นักการเมืองระดับไหนๆก็คิดหรือทำให้ท่านไม่ได้ เพราะมันเป็น
เงินที่ท่านสมควรจะได้เงินที่เป็นเงินของท่านเอง.....
หากแต่ว่า ในการจัดงาน เทศกาล “ถือศีล กินผัก อำเภองาว ครั้งที่ 4”นี้ ตลอดระยะเวลาทั้ง 9 วัน ยังคงเป็นเหมือนเช่น 3 ปีที่ผ่านมาคือ
เป็นไปอย่างเงียบเหงา และไม่ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภองาว หรือแม้กระทั่งพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนด้วยกันเอง ทาง
คณะผู้จัดงานฯ ก็คงจะจัดครั้งนี้อีกเป็นครั้งสุดท้าย และเป็นปีสุดท้ายเช่นกัน ซึ่งในปีต่อไป และต่อๆไป คงจะไม่มีเทศกาล “ถือศีล กินผัก
อำเภองาว ครั้งที่ 5” และครั้งต่อๆไปอีก แน่นอน....
หากว่าท่านพ่อแม่ พี่น้อง มีความมุ่งหวังอย่างที่ คณะผู้จัดงานฯ หวังไว้ว่าเราต้องการจะให้อำเภองาวของเรานี้ มีเทศกาลฯที่สามารถ สร้าง
เม็ดเงินให้กับทุกครอบครัวอย่างทั่วถึง และมีแหล่งท่องเที่ยวฯที่อำเภอหรือจังหวัดอื่นๆไมสามารถมีได้เหมือนและจะเป็น เทศกาลฯที่กระตุ้น
เศรษฐกิจและรายได้หลักของพ่อแม่ พี่น้องในอนาคตและสืบต่อเนื่องไปจนถึงลูกหลาน แล้วละก็ขอให้ชาวอำเภองาว ทุกท่านได้
“หยุดเรื่องการเมือง หยุดเรื่องความแตกแยก ขัดแย้งกันทั้งหลาย ไว้เสียเมื่อวานนี้ และในวันนี้ วันพรุ่งนี้ และวันต่อๆไป
พวกเราชาวอำเภองาวทุกๆคน จะมาร่วมก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมๆกัน ยืนหยัดเคียงข้างกันและกัน
ด้วยความรักและสามัคคี เป็นน้องเป็นพี่ เป็นพลังสรรค์สร้างความภัคดี ต่อแผ่นดินนี้เป็นการตอบแทน แผ่นดินที่ให้เราเกิดมา มีอยู่มีกิน”
“การเมืองไม่ได้ทำให้ท้องเราอิ่ม หากแต่นักการเมืองนั่นเอง
ที่ทำให้เราและเพื่อนบ้านไม่มองหน้ากัน มาหยุดสนใจการเมืองแล้วหันมาสนใจ
บ้านเมืองของเราด้วยตัวของพวกเรา พี่น้องชาวอำเภองาวลูกหลานแห่งเมืองง้าวเงิน”
จาก....ประธาน คณะผู้จัดงานฯ เทศกาล
“ถือศีล กินผัก อำเภองาว ครั้งที่ 1 – 4”
|
| |
|
|
|
| |
